Categories
ข่าวสาร

นวัตกรรม BEST Tracking Alert เบื้องหลังการเติบโต 380% ของ ‘BEST Express’

หากพูดถึงหนึ่งในผู้นำด้านธุรกิจโลจิสติกส์ของประเทศไทย ไม่มีชื่อของบริษัท เบสท์ โลจิสติกส์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด หรือที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันในชื่อ ‘เบสท์ เอ็กซ์เพรส’ คงเป็นไปไม่ได้ แม้จะเพิ่งก้าวเข้ามาทำธุรกิจในไทยได้ไม่นาน แต่ปัจจุบันถือเป็นหนึ่งในแบรนด์ด้านโลจิสติกส์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในไทย

เบสท์ เอ็กซ์เพรส แบรนด์ธุรกิจขนส่งพัสดุด่วนเอกชน หนึ่งในห้าแถวหน้าของประเทศ นำเสนอนวัตกรรมบริการ BEST Tracking Alert สู่การรับรางวัล ‘สุดยอดนวัตกรรมสินค้าและบริการแห่งปี 2564 จากทางนิตยสาร Business+ สาขา นวัตกรรมบริการด้านระบบโลจิสติกส์’

มร.เจสัน เชียน ผู้จัดการทั่วไปภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประธานกรรมการ บริษัท เบสท์ โลจิสติกส์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ได้ให้สัมภาษณ์ทางนิตยสาร Business+ ว่า “ปีนี้ เบสท์ เอ็กซ์เพรส จะเติบโตได้มากขึ้นกว่าเดิมอีกเท่าตัว เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคเข้าสู่วิถีชีวิตแบบ New Normal ซึ่งได้รับแรงกระตุ้นจากสถานการณ์โควิดในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะพฤติกรรมการช้อปปิ้งออนไลน์หรือธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่เติบโตควบคู่กับธุรกิจโลจิสติกส์ ส่งผลให้ เบสท์ เอ็กซ์เพรส มียอดขนส่งพัสดุเติบโตสูงถึง 380% หรือเทียบเท่าจำนวนพัสดุที่หลั่งไหลเข้ามากว่า 300,000 ชิ้นต่อวัน กับจำนวนสาขาที่เปิดให้บริการมากถึง 800 สาขา ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ เบสท์ เอ็กซ์เพรส มีความได้เปรียบในการแข่งขันของตลาดขนส่งพัสดุด่วน และได้รับการเสนอชื่อเข้ารับรางวัล สุดยอดนวัตกรรมสินค้าและบริการแห่งปี 2564 (Product Innovation Awards 2021) จากทางนิตยสาร Business+ ในสาขา สินค้าประเภทบริการ กลุ่มบริการขนส่ง คือ บริการ ‘BEST Tracking Alert’ ซึ่งเป็นบริการแจ้งเตือนสถานะพัสดุอัตโนมัติ (Automatic Tracking System) แบบ Real-time ผ่าน LINE Official Account นับเป็น ‘เจ้าแรกของวงการขนส่งโลจิสติกส์’ ที่มีการพัฒนานวัตกรรมการแจ้งเตือนสถานะพัสดุอัตโนมัติแบบเรียลไทล์ ซึ่งเชื่อมต่อ API (Application Programming Interface) ระบบขนส่งเข้ากับระบบหลังบ้านของ LINE Official Account เพื่อให้ระบบ AI หลังบ้านเป็นตัว Alert แจ้งเตือนสถานะพัสดุที่จัดส่งในแต่ละครั้งอย่างถูกต้องและแม่นยำ

ซึ่งจะช่วยสร้างความสบายใจให้กับผู้ขายสินค้าออนไลน์ และเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล ท่ามกลางการเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซอย่างไม่หยุดยั้ง ปัจจุบัน LINE Official Account ของ BEST Express ประเทศไทย มีผู้ใช้บริการมากถึง 102,000 คน รวมถึงช่องทางอื่น ๆ อย่าง BEST Express Application ด้วยระบบที่มีการแจ้งเตือนสถานะพัสดุอัตโนมัติเหมือนกับช่องทาง LINE Official Account เช่นกัน

มร. เจสัน กล่าวเพิ่ม “เบสท์ เอ็กซ์เพรส นอกจากจะมีนวัตกรรมด้านการบริการที่โดดเด่นตอบสนองผู้ใช้บริการในโลกยุคดิจิทัลแล้ว บริษัทฯ ยังตั้งเป้าขึ้นแท่นเป็นผู้นำแถวหน้าของโลจิสติกส์ 1 ใน 3 ของประเทศภายในระยะเวลาอันใกล้นี้ โดยปีนี้เรามีแผนเปิดศูนย์กลางกระจายสินค้าแห่งใหม่ย่านพระราม 2 ที่ใหญ่และมากพร้อมด้วยนวัตกรรมและประสิทธิภาพในการรองรับจำนวนพัสดุที่เข้ามาอย่างมหาศาล

ตลอดจนพร้อมแล้วที่จะดันการขยายสาขาเพิ่มมากกว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ เพื่อรองรับการเติบโตแบบก้าวกระโดดของธุรกิจอีคอมเมิร์ซในประเทศ รวมถึงตั้งเป้าหมายเชื่อมต่อเครือข่ายโลจิสติกส์ทั้ง 5 ประเทศ ที่ เบสท์ เอ็กซ์เพรส ได้เปิดทำการแล้ว อาทิ ประเทศเวียดนาม, มาเลเซีย, สิงคโปร์ และกัมพูชา เพื่อพัฒนาเครือข่ายบริการระบบโลจิสติกส์ให้ครอบคลุมภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากยิ่งขึ้น สู่การเป็นแบรนด์โลจิสติกส์แถวหน้าของเอเชีย”

ปัจจุบัน บริษัท เบสท์ โลจิสติกส์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ดำเนินการให้บริการในประเทศอยู่ 2 บริการหลัก ได้แก่ BEST Express (เบสท์ เอ็กซ์เพรส) บริการขนส่งพัสดุด่วนในประเทศ และ BEST Supply Chain (เบสท์ ซัพพลายเชน) บริการการจัดการคลังสินค้าและบริการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน (Cross border) ที่สามารถให้บริการขนส่งสินค้าจากไทยไปจีน และจีนมาไทย หรือไทยไปประเทศอื่น ๆ กว่า 34 ประเทศทั่วทุกมุมโลก

มร. เจสัน ปิดท้ายว่า “ปัจจุบันเรายังคงมองหานักลงทุนรายใหม่ที่กำลังสนใจในธุรกิจโลจิสติกส์และเข้ามาร่วมเป็นพาร์ทเนอร์เปิดแฟรนไชส์หลัก (First Franchise) กับ เบสท์ เอ็กซ์เพรส มากขึ้น เพื่อร่วมคว้าโอกาสและสร้างผลกำไรอันเติบโตมหาศาลของมูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ชที่นับวันยิ่งโตมากขึ้นเรื่อย ๆ

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมด้านการลงทุนเปิดธุรกิจแฟรนไชส์ BEST Express ได้ที่

LINE Official Account โดยค้นหาคำว่า @BESTFSCENTER หรือคลิกลิงก์ได้ที่ https://lin.ee/jj3oCAb 

หรือโทร : 098-816-6263 / 092-668-8528 / 098-816-6798ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.best-logistics.co.th/en/partner/

Categories
ข่าวสาร

เช็ค! พื้นที่น่าลงทุน กับแฟรนไชส์ขนส่ง BEST Express

นับจากวิกฤตการณ์การแพร่ระบาด พฤติกรรมของผู้บริโภคจึงเริ่มหันมาใช้บริการ E-Commerce มากขึ้น เพราะการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์มอบความสะดวกได้มากกว่า และประหยัดเวลา ทำให้มูลค่า E-Commerce เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยคาดการณ์ไว้ว่าหลังการแพร่ระบาดอ่อนตัวลง การใช้บริการ E-Commerce ก็ยังพุ่งสูงขึ้น โดยในปี 2022 จะขยายตัวเป็น 20% และในปี 2023 จะขยายตัวถึง 22%* นอกจากนี้ยังพบว่า ร้อยละ 43 ของผู้บริโภคในประเทศไทย วางแผนที่จะเพิ่มการใช้จ่ายออนไลน์ แทนการใช้ช่องทางการค้าปลีกแบบเดิมในช่วง 12 เดือนข้างหน้า**

ด้วยเหตุนี้ ทำให้ธุรกิจขนส่งเติบโตขึ้นตามไปด้วย บริการขนส่งพัสดุกลายเป็นธุรกิจที่ไม่ว่าใครก็อยากลงทุน รวมถึงการลงทุนในแฟรนไชส์ขนส่ง ก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่นักลงทุนหลายรายต่างจับจ้องและต้องการที่จะลงทุน BEST Express (เบสท์ เอ็กซ์เพรส) หนึ่งในธุรกิจขนส่งพัสดุด่วนในประเทศไทย ซึ่งดำเนินธุรกิจด้วยรูปแบบธุรกิจแฟรนไชส์ขนส่ง 100% จนสามารถขยายแฟรนไชส์ครอบคลุมทั่วประเทศ ภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี รวมถึงการดำเนินการผ่านคอนเซปต์ “Global to Local” ที่้เชื่อว่า แฟรนไชส์ขนส่งทุกราย คือผู้ที่รู้จักพื้นที่ของตนเองดีที่สุด การผสานประสิทธิภาพระหว่างการดำเนินงานแบบสากล และความเชี่ยวชาญในพื้นที่ของเหล่าแฟรนไชส์ขนส่ง จึงทำให้การขนส่งพัสดุของ BEST Express เป็นที่กล่าวถึงในเรื่องของคุณภาพ การจัดการ และการดำเนินงาน ฯลฯ 

แม้ว่าธุรกิจของ BEST Express จะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่เราก็ยังมองหาผู้ที่ต้องการลงทุนแฟรนไชส์ขนส่งรายใหม่อยู่เสมอ เพื่อให้การดำเนินธุรกิจครอบคลุมในทุกพื้นที่ของประเทศไทย รองรับความต้องการของผู้ใช้บริการได้อย่างทั่วถึง และการลงทุนใน “แฟรนไชส์หลัก” (First Franchise) ก็เปิดโอกาสให้นักลงทุนแฟรนไชส์ได้บริหารธุรกิจขนส่งในพื้นที่ของตัวเองได้อย่างอิสระ

และนี่คือพื้นที่น่าสนใจ ที่จะสร้างโอกาสให้กับคุณได้ลงทุนในแฟรนไชส์ขนส่งของ BEST Express เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ และการเติบโตที่มีแต่รุดหน้าขึ้นทุกวัน หากคุณอยู่ในพื้นที่เหล่านี้ โอกาสในการเป็นแฟรนไชส์หลักกับเราก็เริ่มต้นขึ้นแล้ว!

  1. กรุงเทพมหานคร
  2. ภาคกลาง
    นนทบุรี | ปทุมธานี | สมุทรสาคร | สมุทรสงคราม | สมุทรปราการ | กาญจนบุรี | สระบุรี | สิงห์บุรี | สุพรรณบุรี | อุทัยธานี | อ่างทอง
  3. ภาคตะวันออก
    ชลบุรี | จันทบุรี
  4. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
    อุดรธานี
  5. ภาคใต้
    ชุมพร | สุราษฎร์ธานี | พัทลุง | นครศรีธรรมราช

จะเห็นได้ว่าพื้นที่ที่กล่าวมานี้ ล้วนแต่มีความน่าสนใจในพื้นที่ของตนเองกันทั้งนั้น อาทิ กรุงเทพมหานคร ที่มีตรอก ซอก ซอย แตกแขนงยิบย่อยไปเป็นจำนวนมาก ความหนาแน่นและรายละเอียดในของเขตที่ยังรอผู้ที่เข้าใจในพื้นที่นั้น ๆ อย่างดีมาลงสนามธุรกิจขนส่งอยู่เสมอ, พื้นที่ในจังหวัดปริมณฑลอย่างสมุทรปราการ สมุทรสาคร นนทบุรี และปทุมธานี ที่พื้นที่อยู่อาศัยเริ่มขยายตัวกว้างขึ้น เกิดชุมชน หมู่บ้าน และโครงการใหม่ต่าง ๆ มากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีในการครอบครองพื้นที่ธุรกิจ ตั้งแฟรนไชส์ขนส่งรองรับความต้องการการใช้งานที่จะมีมากขึ้นในอนาคตไว้ล่วงหน้า, จังหวัดที่มีพื้นที่การเดินทางหลากหลายรูปแบบ ทั้งทางบก และทางน้ำ อย่างชุมพร นครศรีธรรมราช หรือสุราษฏร์ธานี แม้บางครั้งอาจดูเหมือนพื้นที่นั้นทำการขนส่งได้ยาก แต่นี่คือความท้าทายในการทำธุรกิจขนส่ง และสามารถสร้างความประทับใจแก่ผู้ใช้บริการได้ไม่ยาก หากสามารถเข้าถึงพวกเขาได้จริง เป็นต้น

BEST Express พร้อมมอบโอกาสแห่งความสำเร็จ และการเติบโตในธุรกิจขนส่งให้แก่นักลงทุนทุกท่าน จังหวัด และพื้นที่ทั้งหมดที่กล่าวมา ล้วนเต็มไปด้วยศักยภาพและลูกค้าที่ยังรอใช้บริการขนส่งพัสดุอยู่เป็นจำนวนมาก ลงทุนเป็นแฟรนไชส์หลักกับ BEST Express ผู้ดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์ขนส่งรายแรกของประเทศไทย หนึ่งในธุรกิจที่น่าลงทุนที่สุดใน พ.ศ. นี้

สนใจร่วมธุรกิจกับ BEST Express
ปรึกษาฟรีที่ LINE Official Account @bestfscenter (มี @ ด้วย)

หรือโทร : 098-816-6263 / 092-668-8528 / 098-816-6798
ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.best-logistics.co.th/en/partner/ 

อ้างอิงข้อมูล

*จากบทความ “E-Commerce ไทย ยุคหลัง Covid-19” โดย สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.)

**จากบทความ “ผู้บริโภคเอเชีย กับแผนเพิ่มการใช้จ่ายออนไลน์ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า” โดย Tofugear

Source:

https://www.efinancethai.com/Advertorial/AdvertorialMain.aspx?release=y&name=ad_202105191759

Categories
ข่าวสาร

จับตามอง! ธุรกิจโลจิสติกส์ในประเทศไทยครึ่งปีหลัง 2021

อย่างที่ทราบกันดีว่า ธุรกิจโลจิสติกส์ สามารถเติบโตได้สวนกระแสทิศทางเศรษฐกิจในประเทศ โดยมาพร้อม ๆ กับกระแสการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซในช่วงปี 2020 หรือช่วงเริ่มต้นของการแพร่ระบาดของโควิด-19 นำมาซึ่งการปรับตัวครั้งยิ่งใหญ่ของธุรกิจต่าง ๆ เช่น ร้านค้าที่มีหน้าร้าน จำเป็นต้องเปิดร้านค้าออนไลน์ควบคู่ เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคที่มีพฤติกรรมการซื้อสินค้าและบริการผ่านช่องทางออนไลน์ หรือ E-Commerce platform มากกว่า และทำการตลาดผ่านสื่อ Social Media เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคที่มีการใช้งานอินเตอร์เน็ตมากขึ้นด้วย

และในปี 2021 นี้ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซก็ได้เติบโตขึ้นมาจากปี 2020 จาก 16% สู่ 18% (อ้างอิง : https://www.etda.or.th/th/Useful-Resource/Knowledge-Sharing/Perspective-on-Future-of-e-Commerce.aspx) ซึ่งทุกการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ จะนำมาซึ่งการเติบโตของธุรกิจโลจิสติกส์ด้วยเช่นกัน และแม้ตัวเลขในปี 2021 จะดูไม่ได้เป็นการเติบโตที่ก้าวกระโดด แต่ก็ถือเป็นการเติบโตอย่างต่อเนื่อง สำหรับทั้ง 2 ธุรกิจ

เพราะหากเทียบกับการเติบโตในปี 2020 ล้วนมาจากสถานการณ์บังคับให้ผู้บริโภคจำเป็นจะต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยจากช่องทางออฟไลน์สู่ออนไลน์มากยิ่งขึ้น

จากตอนแรกกลุ่มช่วงวัยที่ซื้อของออนไลน์มากที่สุดจะเน้นไปที่วัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ที่มีความคุ้นชินกับการใช้เทคโนโลยีและอินเตอร์เน็ตอยู่แล้ว แต่สำหรับวัยผู้สูงอายุ จะไม่มียอดซื้อของออนไลน์มากเท่านั้น ด้วยกังวลในเรื่องต่าง ๆ ที่อาจเกิดจากการทำธุรกรรมออนไลน์ แต่เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19เข้ามา ทำให้ทุกช่วงวัยจำเป็นต้องคุ้นชินกับการซื้อสินค้าออนไลน์ และตอนนี้ก็เรียกได้ว่า สังคมไทยเข้าสู่ยุคของ E-Commerce อย่างเต็มรูปแบบแล้วจริง ๆ 

ดังนั้น สิ่งที่น่าจับตาของธุรกิจโลจิสติกส์ในครึ่งปีหลังในการที่จะเติบโตได้ในอนาคต คือความคาดหวังของผู้ใช้บริการที่มีต่อธุรกิจโลจิสติกส์ ที่ต้องทำหน้าที่จัดส่งพัสดุจาก E-Commerce platform และเหล่าพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ให้ถึงมือผู้รับอย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และเป็นที่น่าพอใจ ทำให้ธุรกิจโลจิสติกส์ทุกเจ้าแบกรับความคาดหวังตรงนี้ไว้ และเบสท์ เอ็กซ์เพรส (BEST Express) ก็เป็นหนึ่งในนั้น จึงนำมาซึ่งการพัฒนาบริการและเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่จะทำให้ผู้ใช้บริการได้รับประสบการณ์จากบริการที่ดีที่สุด ได้แก่ 

  1. เทคโนโลยี BEST Tracking Alert หรือ การแจ้งเตือนสถานะพัสดุอัตโนมัติแบบ Real Time จาก BEST Expresss ที่จะให้ผู้ใช้บริการรู้ความเคลื่อนไหวของพัสดุแบบทุกวินาที Real Time สมชื่อ ผ่าน LINE Official Account: @BESTExpressTH
  2. BEST2D Booking หรือ BEST Free Door To Door Booking Service บริการเรียกเจ้าหน้าที่ BEST Express เพื่อเข้ารับพัสดุถึงหน้าบ้าน ไม่มีขั้นต่ำ และไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 
  3. Multiple Parcel บริการใหม่ล่าสุดจาก BEST Express ที่ให้คุณสามารถส่งพัสดุได้หลายกล่องสู่ปลายทางเดียวกันใน 1 เวย์บิล (เวย์บิล คือ ใบตราส่งพัสดุสำหรับการส่งที่มีพัสดุ) ตอบโจทย์พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ และผู้ที่สั่งซื้อสินค้าขนาดใหญ่ที่จำเป็นต้องจัดส่งแยกในพัสดุหลายกล่อง 
  4. Big Parcel บริการขนส่งพัสดุที่น้ำหนักมากถึง 100 กิโลกรัม เอาใจคนชอบสั่งซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ เช่น เฟอร์นิเจอร์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าจากร้านค้าออนไลน์ ให้คุณหมดกังวลเรื่องการจัดส่ง เพราะเราทำได้! แถมรองรับการจัดส่งด้วย การอัปเกรด HUB กระจายสินค้าและยานพาหนะขนส่งสินค้าให้สามารถขนส่งพัสดุขนาดใหญ่ได้แบบไร้กังวล

นอกจากการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีของธุรกิจขนส่งแล้ว การบริการที่ดีเยี่ยมจากขนส่งก็ยังเป็นมาตรฐานที่ต้องรักษาและทำให้ดีขึ้นไปเช่นกัน

ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีและการบริการที่ดีเยี่ยมของแฟรนไชส์ขนส่ง BEST Express ทั่วประเทศไทย ทำให้ BEST Express กอบโกยสถิตขนส่งพัสดุที่ถือว่าดีที่สุดในปี 2021 เมื่อเปรียบเทียบกับสถิติของทุกปีที่ได้ดำเนินธุรกิจมา ดังนี้

ปี 2019 ประมาณ 30,000 ชิ้น/วัน

ปี 2020 ประมาณ 175,000 ชิ้น/วัน

และ ปี 2021 ปริมาณพัสดุสูงสุดประมาณ 300,000 ชิ้น/วัน (สำหรับช่วงเทศกาลโปรโมชั่นของแพลตฟอร์มต่าง ๆ จำนวนพัสดุจะเพิ่มขึ้นกว่า 500,000 ชิ้น)

และด้วยการเติบโตอย่างมีคุณภาพของธุรกิจโลจิสติกส์ชั้นนำอย่าง BEST Express ทำให้ในปี 2021 แฟรนไชส์ขนส่งของ BEST Express ได้ขยายสาขาเติบโตเกินใครด้วยจำนวน 840 กว่าสาขา และมีการขยายสาขาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ 

อีกทั้ง BEST Express ประเทศไทย ยังได้รับการรับรองมาตรฐานระบบบริหารคุณภาพ (ISO 9001 : 2015) ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล  โดยมาตรฐานนี้จะทำให้ผู้ใช้บริการเชื่อมั่นได้ว่ากระบวนการต่าง ๆ ภายในองค์กรของเราจะได้รับการควบคุมและสามารถตรวจสอบได้ ตลอดจนบุคลากรในองค์กรรู้หน้าที่ความรับผิดชอบในขั้นตอนต่าง ๆ ของการปฏิบัติงาน เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาธุรกิจโลจิสติกส์ในประเทศไทยภายใต้ชื่อ BEST Express 

สนใจร่วมธุรกิจกับ BEST Express

ปรึกษาฟรีที่ LINE Official Account @bestfscenter (มี @ ด้วย)

หรือโทร : 098-816-6263 / 092-668-8528 / 098-816-6798

ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.best-logistics.co.th/en/partner/

Categories
ข่าวสาร

เดินหน้าธุรกิจแฟรนไชส์ขนส่งเอกชนที่ดี ต้องมีบริการดี ๆ รองรับ

จะลงทุนแฟรนไชส์ขนส่งเอกชนทั้งที นอกจากเรื่องเม็ดเงินลงทุนแฟรนไชส์และกำไรต่าง ๆ ที่จะได้รับจากการทำธุรกิจจริงแล้ว ปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนมีกำไรยาวนานและสามารถบริหารธุรกิจให้เติบโตขึ้นได้อย่างมีคุณภาพไม่มีวันดรอป นั่นก็คือบริการดี ๆ ที่บริษัทแม่มีให้ผู้ใช้บริการและพนักงานของขนส่ง แบบที่แฟรนไชส์ขนส่งเอกชน ของ BEST Express (เบสท์ เอ็กซ์เพรส) มีให้นั่นเอง

บริการต่าง ๆ ที่ BEST Express คิดค้นขึ้นมานั้น มีจุดประสงค์เพื่อรองรับทุกความต้องการของผู้ใช้งาน ทั้งพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ และลูกค้าจากธุรกิจอีคอมเมิร์ซทั้งหมด ทั้งบริการที่เคยมี ก็ทำให้มันสะดวกสบายขึ้น ส่วนอันไหนไม่เคยมี ก็เปิดขึ้นมาใหม่ เอาใจนักช้อปทั่วไทย! แถมยังทำให้นักลงทุน/ผู้บริหารธุรกิจแฟรนไชส์ขนส่งเอกชน ได้เติบโตไปอย่างมั่นคง จากบริการที่มีคุณภาพของเรา

  1. BEST Multiple Parcel 

บริการใหม่เอี่ยมจาก BEST Express ที่ให้คุณสามารถส่งพัสดุหลายกล่องรวมกันใน 1 เวย์บิล สู่ปลายทางเดียว (เวย์บิล คือ ใบตราส่งพัสดุสำหรับการส่ง) เป็นบริการที่ถูกออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์และลูกค้าทั่วไป ด้วยการสร้างความยืดหยุ่นในการจัดส่งพัสดุแก่ลูกค้าที่มีความประสงค์จะจัดส่งพัสดุแบบแยกชิ้นส่งหลายกล่องเนื่องด้วยพัสดุที่มีขนาดใหญ่และเกินมาตรฐานการจัดส่ง หรือจัดส่งพัสดุหลายชิ้นรวมกันใน 1 เวย์บิล เพื่อให้ง่ายต่อการติดตามพัสดุแบบแยกชิ้นส่งหลายกล่องไปยังพื้นที่ปลายทางเดียวกัน และป้องกันการสูญหายของพัสดุระหว่างทางการจัดส่งไปยังลูกค้าออนไลน์ที่สั่งจากแฟลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและช่องทางอื่น ๆ ทั่วไป

นาทีนี้ใครเป็นสายช้อปรัว ๆ จะ 11.11 หรือ 12.12 หรือเทศกาลเลขเบิ้ลไหน ๆ จะต้องไม่พลาด ในขณะเดียวกัน พ่อค้าแม่ค้าก็สามารถเสนอทางเลือกส่งสินค้าแบบ BEST Multiple Parcel ให้ลูกค้าได้เลือกเช่นกัน

  1. BEST Tracking Alert 

นวัตกรรมบริการแจ้งเตือนพัสดุอัตโนมัติแบบ Real Time จาก BEST Express ที่ใช้งานสะดวกสบายผ่าน LINE Official Account (@BESTExpressTH) ‘เจ้าแรก’ ในประเทศไทย ที่สร้างความประทับใจแก่ผู้ใช้บริการ และพนักงานขนส่งมาแล้วไม่รู้ต่อกี่ครั้ง แถมยังตอกย้ำความเชื่อมั่นของบริการ BEST Tracking Alert ด้วยรางวัล  Product Innovation Awards 2021 จากนิตยสาร Business+ อีกด้วย

  1. BEST2D Booking 

สำหรับพ่อค้าแม่ค้าที่วันนึงส่งสินค้าเยอะซะจนขับรถไปส่งทีเดียวก็ไม่หมด ก็ไม่ต้องกังวล เพราะ BEST Express  มีบริการที่ตอบโจทย์ปัญหานี้ได้ดีกว่าเจ้าไหน ด้วย ‘BEST2D Booking’ บริการกดบุ๊คกิ้งเรียกเจ้าหน้าที่ BEST Express เข้ารับพัสดุ ถึงหน้าบ้าน ผ่าน LINE Official Account ซึ่งเป็นบริการที่เรียกเข้ารับพัสดุถึงหน้าบ้าน ฟรี! ไม่มีขั้นต่ำ 1 ชิ้นก็เข้ารับ กับความสามารถ รับ-ส่ง พัสดุด่วนที่มี ขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ โดยต้องมีขนาดกล่องพัสดุ 3 ด้าน (กว้าง + ยาว + สูง) รวมกันต้องไม่เกิน 300 เซนติเมตร หรือ ด้านใดด้านหนึ่งต้องไม่เกิน 180 เซนติเมตร

  1. Big Parcel 

บริการขนส่งพัสดุได้มากกว่า 100 กิโลกรัม ตอบโจทย์เทรนด์การซื้อสินค้าออนไลน์ยุคใหม่ที่ไม่ได้สั่งแค่ของชิ้นเล็กเท่านั้น แต่ของชิ้นใหญ่อย่างเหล่าเฟอร์นิเจอร์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า และอื่น ๆ อีกมากมาย พร้อมการขยาย HUB กระจายสินค้า และเพิ่มยานพาหนะในการจัดส่งสินค้าขนาดใหญ่ ให้สามารถขนส่งสินค้าได้อย่างรวดเร็ว ที่สำคัญ ราคาเบาสบาย ไม่หนักเหมือนพัสดุแน่นอน

  1. Cross-Border 

เพิ่มโอกาสการเติบโตให้ธุรกิจแฟรนไชส์ขนส่งเอกชนของ BEST Express และตอบโจทย์การสั่งสินค้าออนไลน์จากต่างประเทศ ด้วยการขยายการส่งสินค้าไปยังพรมแดนต่าง ๆ หรือที่เรียกว่า Cross-Border ที่สามารถส่งพัสดุจากไทยไปจีน จีนมาไทย และไทยไปมาเลเซีย และในอนาคตจะสามารถขยายการบริการนี้ได้ทั่วทั้ง ASEAN 

เรียกได้ว่าบริการทั้งหมดนี้ จะสามารถรองรับทุกความต้องการของผู้ใช้บริการขนส่ง  ทำให้พนักงานขนส่งทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และทำให้แฟรนไชส์ขนส่งเอกชน ของ BEST Express เป็นขนส่งน่าลงทุนทั้งเม็ดเงินจากการลงทุนและการเติบโตของธุรกิจในอนาคต! 

สนใจร่วมธุรกิจกับ BEST Express

ปรึกษาฟรีที่ LINE Official Account @bestfscenter (มี @ ด้วย)

หรือโทร : 098-816-6263 / 092-668-8528 / 098-816-6798

ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.best-logistics.co.th/en/partner/

Categories
ข่าวสาร

Cross-Border อีกหนึ่งช่องทางการเติบโตที่เหนือกว่าของธุรกิจโลจิสติกส์ BEST Express

อัตราการเติบโตของธุรกิจโลจิสติกส์ที่เพิ่มสูงขึ้นทุกวันนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในประเทศไทยเท่านั้น หากแต่ในหลายประเทศในโลก ก็ล้วนแต่กำลังเข้าสู่สังคม E-Commerce กันหมดแล้ว โดยเฉพาะในประเทศไทยเอง ที่ธุรกิจโลจิสติกส์เติบโตอย่างก้าวกระโดด เห็นได้ชัดจากการปรากฎตัวของนักลงทุนด้านธุรกิจโลจิสติกส์ที่เข้ามาบุกตลาดประเทศไทยในปัจจุบัน การทำการตลาดอย่างเข้มข้นของเหล่าธุรกิจ E-Commerce และจำนวนพัสดุที่เกิดการรับ-ส่งก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกปี โดยเฉพาะในปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2563) ตลาดขนส่งพัสดุในประเทศไทยมีจำนวนมากถึง 6.6 หมื่นล้านชิ้น* 

ปัจจุบัน ธุรกิจโลจิสติกส์ไม่ได้เติบโตแค่เฉพาะภายในประเทศเท่านั้น หากธุรกิจโลจิสติกส์ระหว่างประเทศก็กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วไม่แพ้กัน หรือที่เรียกว่า “อีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน” (Cross-Border E-Commerce) ที่จริงแล้วทั่วโลกคุ้นเคยกับอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนเมื่อครั้งที่ฝั่งอเมริกาและยุโรป เริ่มให้บริการ E-Commerce อย่างอีเบย์ (EBay) และอเมซอน (Amazon) เป็นแพลตฟอร์มที่คนทั่วโลกรู้จักและใช้บริการกันอย่างแพร่หลาย หากมองมาที่ภูมิภาคเอเชีย ต้องบอกว่าประเทศจีน เป็นประเทศหนึ่งที่มีศักยภาพและอนาคตในการพัฒนาธุรกิจ E-Commerce ทั้งในและข้ามประเทศเป็นอย่างมาก เพราะประเทศจีน มีแพลตฟอร์มที่แข็งแกร่งอย่าง Alibaba ที่จับตลาดทั้งในและต่างประเทศ มีภาคการร่วมมือกับต่างประเทศ ทำให้ทั่วโลกรู้จักธุรกิจ E-Commerce ในนามนี้

นอกจากนี้ ธุรกิจ E-Commerce ของจีนยังยังได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน โดยการออกนโยบายที่เอื้ออำนวยให้กับผู้ประกอบการหลากหลายขนาด เพื่อสนับสนุนให้ใช้โลจิสติกส์ข้ามพรมแดนมากขึ้น และยิ่งเมื่อเกิดเหตุการณ์การแพร่ระบาดของเชื้ออุบัติใหม่ ในปี พ.ศ. 2563 ขนาดของธุรกิจโลจิสติกส์ข้ามพรมแดนมีมากถึง 1.7 ล้านล้านหยวน บริษัทขนาดเล็กและธุรกิจ Start Up ก็หันมาสนใจธุรกิจโลจิสติกส์ข้ามพรมแดนมากขึ้น จากสถิติพบว่า บางบริษัทมียอดขายในช่วงโควิด-19 สูงขึ้นกว่าปี พ.ศ. 2562 ถึง 130% เลยทีเดียว**

ในช่วงปี พ.ศ. 2562-2563 ปริมาณของพัสดุจากธุรกิจโลจิสติกส์ข้ามพรมแดนที่ประเทศจีนส่งออกไปทั่วโลกมีมากถึง 60% ของจำนวนพัสดุทั้งหมด ประเทศจีนจึงกลายเป็นประเทศที่มีความต้องการใช้งานโลจิสติกส์ข้ามพรมแดนสูงเป็นอันดับหนึ่งของโลกในปัจจุบัน

BEST Express (เบสท์ เอ็กซ์เพรส) ผู้ให้บริการธุรกิจแฟรนไชส์ขนส่งระดับโลก ที่เข้าใจเรื่องธุรกิจโลจิสติกส์ดีกว่าใคร ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญระหว่าง Alibaba ผู้ลงทุนและถือหุ้นรายใหญ่ ที่มีทั้งความมั่นคงและการเติบโตของธุรกิจอย่างไม่หยุดยั้ง รวมถึงความเชี่ยวชาญของเหล่าแฟรนไชส์ที่มีความพร้อม และรู้จักพื้นที่ของตนเองเป็นอย่างดี BEST Express ยังเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้แก่พาร์ตเนอร์แฟรนไชส์ขนส่ง ด้วยบริการส่งสินค้าแบบข้ามพรมแดน ระหว่างไทย-จีน จีน-ไทย ให้โอกาสในการเติบโตมีมากกว่า การขยายธุรกิจออกไปยังพื้นที่จัดส่งต่างประเทศจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เกิดขึ้นจริงแล้วที่ BEST Express 

ไม่เพียงเท่านั้น ในอนาคต BEST Express ยังมุ่งมั่นในการขยายธุรกิจโลจิสติกส์ข้ามพรมแดนไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วอาเซียนในอนาคต โดยปัจจุบันเริ่มบริการการส่งสินค้าแบบข้ามพรมแดนจากไทยไปจีน จีนมาไทยและไทยไปมาเลเซีย ในอีก 5 ปีข้างหน้า บริการการส่งสินค้าแบบข้ามพรมแดนของ BEST Express จะขยายจนครบทั่วทั้ง ASEAN เพื่อสอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในเอเชียที่มีการซื้อสินค้าออนไลน์เพิ่มขึ้นในทุกปี

และนี่คือบริการที่ BEST Express มุ่งมั่น ตั้งใจ เพื่อให้ธุรกิจโลจิสติกส์ของเราครอบคลุมทุกความต้องการ มอบบริหารอย่างไม่มีขอบเขต และให้พาร์ตเนอร์แฟรนไชส์ขนส่งของ BEST Express ทุกท่านได้เติบโตมากกว่า คุ้มค่ากับทุกการลงทุน

สนใจร่วมธุรกิจกับ BEST Express 

ปรึกษาฟรีที่ LINE Official Account @bestfscenter (มี @ ด้วย)

หรือโทร : 098-816-6263 / 092-668-8528 / 098-816-6798

ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.best-logistics.co.th/en/partner/ 

อ้างอิงข้อมูลจาก


ที่มา:

*ตลาดขนส่งพัสดุเติบโต แต่ละแบรนด์ต้องปรับกลยุทธ์สปีดหนีคู่แข่งทั้ง ‘ราคา-ความเร็ว’ โดย Marketeer

**New China Insights:การพัฒนาของอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนจีน โดย MGR Online

https://marketeeronline.co/archives/222852

https://mgronline.com/china/detail/9640000051805

https://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/652636

https://www.ditp.go.th/contents_attach/69296/55002266.pdf

Categories
ข่าวสาร

BEST Express แฟรนไชส์ขนส่ง ที่เหนือกว่า กับบริการ Big Parcel พัสดุใหญ่แค่ไหนก็เอาอยู่

สำหรับการลงทุน แฟรนไชส์ขนส่ง 100% ของ BEST Express (เบสท์ เอ็กซ์เพรส) ไม่ได้มีการเติบโตของธุรกิจแฟรนไชส์ขนส่ง ของนักลงทุนเท่านั้นที่เราใส่ใจ แต่เรื่องการอัปเกรดงานบริการให้โดนใจผู้ใช้งานคืองานที่เราไม่เคยหยุดพัฒนา! 

กับบริการ Big Parcel ของ BEST Express ขนส่งพัสดุชิ้นใหญ่แบบ Big Size เพราะเทรนด์สินค้าที่มาแรงในปี 2021 นี้ แสดงให้เห็นว่าลูกค้าไม่ได้เน้นซื้อแต่เสื้อผ้า เครื่องประดับ หรือ เหล่า Gadget IT ที่สามารถส่งได้ในกล่องขนาดพกพาอีกแล้ว แต่เป็นสินค้าไซส์ใหญ่ที่หลายคนแทบลืมไปเลยว่า สินค้าเหล่านี้ต้องใช้บริการขนส่งเช่นกัน เช่น เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่อย่างแอร์คอนดิเนชั่นเนอร์ หรืออุปกรณ์ออกกำลังกายที่บ้านอย่างลู่วิ่ง และอีกมากมาย (อ้างอิง : https://www.page365.net/all-articles/ecommerce-trending-2021)

เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานแฟรนไชส์ขนส่ง BEST Express จึงได้มีบริการ Big Parcel ขึ้นมา พร้อมการบริการที่โดดเด่นและเหนือว่าเจ้าไหน เอาใจพ่อค้าแม่ค้าและลูกค้าที่รอรับสินค้าที่บ้านทุกคน!

  • ส่งพัสดุชิ้นใหญ่ได้มากกว่า 100 กิโลกรัม
  • รองรับการขนส่งสินค้า Big Parcel ด้วยการขยาย HUB กระจายสินค้า และเพิ่มยานพาหนะในการจัดส่งสินค้าขนาดใหญ่ ให้สามารถขนส่งสินค้าได้อย่างรวดเร็ว
  • พิเศษ! เอาใจพ่อค้าแม่ค้า เพราะพัสดุจะใหญ่แค่ไหน แฟรนไชส์ขนส่ง  BEST Express ก็พร้อมเข้าไปรับถึงหน้าบ้าน ฟรี! แค่กดใช้บริการ BEST2D Booking ผ่าน LINE Official Account : @BESTExpressTH
  • ถึงส่งของหนัก แต่ราคา ‘เบาสบาย’ กว่าที่คิด

เรียกได้ว่าเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งพัสดุที่ตอบโจทย์ทั้งฝั่งนักช้อป พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ และเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ขนส่ง BEST Express และตอกย้ำความเป็นขนส่งที่ครบ จบ ถูกใจผู้ใช้บริการทุกคน! 

สนใจร่วมธุรกิจกับ BEST Express

ปรึกษาฟรีที่ LINE Official Account @bestfscenter (มี @ ด้วย)

หรือโทร : 098-816-6263 / 092-668-8528 / 098-816-6798

ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.best-logistics.co.th/en/partner/

Categories
ข่าวสาร

ข้อได้เปรียบของการลงทุนธุรกิจโลจิสติกส์ ที่นักลงทุนมือใหม่อาจไม่เคยรู้มาก่อน

นักลงทุนทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันคือการลงทุนทำธุรกิจอะไรสักอย่างที่จะก่อให้เกิดเป็นผลกำไรในระยะยาว โดยจะเน้นการลงทุนกับธุรกิจที่มีรากฐานที่มั่นคงอยู่แล้ว เช่น แฟรนไชส์ร้านอาหารชื่อดัง ตัวแทนขายธุรกิจต่าง ๆ ตามความสนใจแต่ละคน แต่ความจริงแล้วในปัจจุบันนี้ ไม่มีธุรกิจไหนที่มั่นคงและเติบโตไวเท่า ธุรกิจโลจิสติกส์ อย่างแน่นอน อ้างอิงจากบทวิเคราะห์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเกี่ยวกับ ธุรกิจที่มีแนวโน้มการเติบโตในช่วงที่ผ่านมา ธุรกิจดาวเด่นที่น่าจับตามองในปี 2564 ที่ทั้งมาแรงและมีแนวโน้มได้รับผลประกอบการที่เติบโตแบบก้าวกระโดดเป็นอันดับต้น ๆ คือ ธุรกิจโลจิสติกส์  และบรรจุภัณฑ์ อาทิ รับส่งเอกสารและสิ่งของ (Delivery) เป็นต้น

ที่มาของการเติบโตของ ธุรกิจโลจิสติกส์ นี้ก็เกิดจากการมีอิทธิพลในชีวิตประจำวันมากขึ้นของอินเตอร์เน็ต และพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยของผู้คนในปัจจุบันที่มีการซื้อสินค้าผ่านช่องทาง E-Commerce มากยิ่งขึ้น ประกอบกับการแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัส-19 ทำให้ยอดการสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางดังกล่าวของคนไทยพุ่งขึ้นเป็นอันดับต้น ๆ ของเอเชีย และทำให้ยอดการส่งพัสดุจาก ธุรกิจโลจิสติกส์ เติบโตขึ้นอย่างฉุดไม่อยู่เช่นกัน จึงทำให้  ธุรกิจโลจิสติกส์ ถือเป็นธุรกิจที่เนื้อหอม น่าลงทุนมากที่สุด และด้วยทิศทางการเติบโตของธุรกิจ E-Commerce ในประเทศไทย ที่เติบโตได้เกินเป้าทุกปี อย่างล่าสุดก็ได้เติบโตสูงสุดถึง 81% จากการคาดการณ์ว่าจะเติบโตแค่ 35% เท่านั้น (อ้างอิง Marketeer : https://marketeeronline.co/archives/207221) จึงทำให้การลงทุน ธุรกิจโลจิสติกส์ ถือการลงทุนที่มั่นคงและได้ผลตอบแทนในระยะยาว

สำหรับการลงทุน ธุรกิจโลจิสติกส์ ในประเทศไทยนั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพราะ BEST Express (เบสท์ เอ็กเพรส) บริษัทขนส่งเอกชนที่ติดอันดับ 1 ใน 5 แบรนด์ขนส่งพัสดุด่วนชั้นนำของประเทศไทย ก็ได้เปิดบ้านต้อนรับนักลงทุนที่สนใจเป็นส่วนหนึ่งของ ธุรกิจโลจิสติกส์ ระดับโลก ด้วยการลงทุนแฟรนไชส์หลัก (First Franchise) กับ BEST Express ด้วยโมเดลธุรกิจที่ดีกว่าเจ้าไหน มีแต่มอบกำไรให้นักลงทุน นั่นก็คือ “โมเดลธุรกิจแฟรนไชส์ขนส่ง 100%” เจ้าแรกในไทย ที่มอบสิทธิการดูแลแฟรนไชส์ทั้งหมดในกับนักลงทุนที่เป็นเจ้าของแฟรนไชส์ในพื้นที่จังหวัดหรือเขตนั้น ๆ โดยสามารถขยายธุรกิจ หรือทำการตลาดได้ด้วยตัวเองทั้งหมดตามกลยุทธ์ที่เห็นสมควร

แล้วกำไรที่ได้จากการลงทุน ธุรกิจโลจิสติกส์ นี่มาจากไหน? มาจากการรับส่ง-พัสดุให้มากที่สุดเท่านั้นใช่หรือไม่? ขอบอกว่าไม่! เพราะแฟรนไชส์ขนส่งของ BEST Express สร้างกำไรให้นักลงทุนได้หลากหลายช่องทาง มากกว่าแค่การรับส่งพัสดุ ได้แก่

  • แฟรนไชส์หลักจะได้รับเปอร์เซ็นต์ทั้งขารับและขาส่ง ไม่ว่าจะอยู่ฝั่งรับพัสดุ หรือจัดส่งพัสดุ ก็จะได้กำไรจากเปอร์เซ็นต์เต็มทั้งสองทาง ต่างจากเจ้าอื่นที่ให้แค่ฝั่งรับพัสดุอย่างเดียว
  • แฟรนไชส์หลักได้รับกำไรจากการหาตัวแทนแฟรนไชส์รอง (Sub-Franchise) และจุดรับพัสดุในพื้นที่มาเพิ่ม เพื่อเพิ่มปริมาณขารับพัสดุ
  • แฟรนไชส์หลักสามารถต่อยอดบริการทางการขายของ BEST Express ด้วยการหาลูกค้า VIP ให้มาส่งของกับ BEST Express โดยตรงในพื้นที่ได้ด้วยตัวเอง เช่น พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่มีการส่งสินค้าเป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว

นอกจากนี้ยังมีบริการเสริมที่สามารถเสริมรายได้ให้แฟรนไชส์หลักได้อีก เช่น

  • ค่าธรรมเนียมจากการเก็บเงินพัสดุปลายทาง (COD) ซึ่งจะเก็บค่าบริการลูกค้าอยู่ที่ 2% ซึ่งเป็นราคาที่ถูกที่สุดในบรรดาเจ้าอื่น ๆ
  • การขายประกันสินค้า
    – หากลูกค้าไม่ทำประกันสินค้า เคลมสินค้าได้สูงสุด 2,000 บาท
    – หากทำประกันสินค้า เคลมสินค้าได้สูงสุด 30,000 บาท
  • การขายกล่องพัสดุ BEST

หากคุณคิดจะลงทุนทำธุรกิจ และมีงบประมาณหลักล้านบาท การลงทุนแฟรนไชส์หลักกับ BEST Express ถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในบรรดา ธุรกิจโลจิสติกส์ ทั้งหมด เพราะตอบโจทย์ทั้งฝั่งนักลงทุนในเรื่องความมั่นคงของธุรกิจ ได้กำไรง่าย เติบโตได้ในระยะยาว และได้รับความเชื่อมั่นจากฝั่งผู้ใช้บริการเช่น พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่เลือกส่งพัสดุกับเรา 

จึงไม่มีเหตุผลไหนเลยที่นักลงทุนจะไม่เลือกลงทุน ธุรกิจโลจิสติกส์ กับ BEST Express

สนใจร่วมธุรกิจกับ BEST Express

ปรึกษาฟรีที่ LINE Official Account @bestfscenter (มี @ ด้วย)

หรือโทร : 098-816-6263 / 092-668-8528 / 098-816-6798

ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.best-logistics.co.th/en/partner/

Categories
ข่าวสาร

ธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์คล่องตัวยิ่งกว่า ถ้ามี HUB กระจายสินค้าคุณภาพ

เพราะการดำเนินธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์ที่ดีและมีประสิทธิภาพ ต้องมีองค์ประกอบหลายปัจจัยที่เกื้อหนุนกัน ให้สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่ระบบการรับ-ส่งพัสดุที่ทันสมัยสะดวกสบายกับผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ, ระบบการจัดการพัสดุที่ชาญฉลาด, ความเชี่ยวชาญของเหล่าแฟรนไชส์ที่รู้จักและเข้าใจพื้นที่ที่ตัวเองดูแลเป็นอย่างดี รวมถึงความพร้อมในด้าน HUB หรือศูนย์กระจายสินค้า ก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เปรียบเสมือนจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ ที่จะประกอบให้ธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์นั้น ๆ ดำเนินงานได้อย่างครอบคลุม ไหลลื่นในทุกขั้นตอน

BEST Express (เบสท์ เอ็กซ์เพรส) คือหนึ่งในธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์ ที่มีความพร้อมในทุกด้าน ตั้งแต่การมีแฟรนไชส์คุณภาพ ระบบการดำเนินงานที่เป็นมาตรฐานสากล และความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจจัดส่งพัสดุ ด้วยการมี HUB หรือศูนย์กระจายสินค้ารองรับปริมาณของพัสดุอยู่ทั่วประเทศ

HUB หรือศูนย์กระจายสินค้า คืออะไร

HUB หรือศูนย์ประจายสินค้า คือส่วนสำคัญในกลยุทธ์การบริหารจัดการธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์ โดย HUB เป็นการใช้ประโยชน์เชิงพื้นที่ในการเป็นจุดศูนย์กลางของการขนส่ง ให้การขนส่งและคัดแยกพัสดุไปยังพื้นที่ต่างๆ มีระบบมากขึ้น รวมถึงเป็นพื้นที่ในการรวบรวมพัสดุทั้งหมดเอาไว้ใน HUB หรือศูนย์กระจายสินค้าเดียว และกระจายสินค้าเหล่านั้นไปสู่แฟรนไชส์ที่อยู่ในเขตพื้นที่ต่างๆ การมี HUB หรือศูนย์กระจายสินค้า จึงทำให้การจัดการพัสดุที่ต้องขนส่งที่กระจายอยู่จากผู้ใช้บริการนับล้านทั่วประเทศ ถูกรวบรวมไว้ยังพื้นที่ที่ต้องส่งต่อไปสู่ปลายทางอย่างเป็นระบบยิ่งขึ้น

ทำความรู้จัก HUB และ DC ทั่วประเทศของ BEST Express 

เพราะ BEST Express รับรู้และเข้าใจถึงความสำคัญของ HUB หรือศูนย์กระจายสินค้ามาโดยตลอด ว่าสามารถช่วยให้ธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์ของแฟรนไชส์ทั่วประเทศเป็นไปได้อย่างราบรื่นและสะดวกสบายยิ่งขึ้น ทำให้ในปัจจุบัน BEST Express มีทั้ง HUB หรือศูนย์กระจายสินค้าหลักถึง 5 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่

  • BKK HUB หรือฮับกรุงเทพฯ 
  • RAMA 2 UB หรือฮับพระรามสอง 
  • PHS HUB หรือฮับพิษณุโลก 
  • KKC HUB หรือฮับขอนแก่น 
  • URT HUB หรือฮับสุราษฎร์ธานี 

การที่มี HUB กระจายตัวอยู่ในจังหวัดใหญ่ของแต่ละภูมิภาคแบบนี้ จะยิ่งช่วยให้การจัดการรับ-ส่งพัสดุในพื้นที่ภูมิภาคนั้น ๆ เป็นไปได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น เพราะ BEST Express ยังมี DC หรือศูนย์กระจายสินค้าขนาดย่อยในอีก 5 พื้นที่ทั่วประเทศไทย เพื่อให้ธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์ของ BEST Express ดำเนินงานได้อย่างเป็นหนึ่ง

  • UTP DC หรือดีซีชลบุรี
  • HDY DC หรือดีซีหาดใหญ่
  • NAK DC หรือดีซีนครราชสีมา
  • UBP DC หรือดีซียโสธร
  • LPT DC หรือดีซีลำปาง

ทั้ง HUB และ DC มีกระบวนการทำงานที่เหมือนกัน คือ มีหน้าที่คัดแยกพัสดุที่เข้ามาจากสาขาแฟรนไชส์ใกล้เคียงกับ HUB หรือ DC นั้น ๆ ซึ่ง HUB จะมีขนาดใหญ่กว่า DC และมีเครื่องมือในการคัดแยกที่มากกว่า มีเทคโนโลยีที่สามารถรองรับพัสดุในแต่ละวันมากกว่า เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่กล่าวถึง เช่น Swing Arm (เครื่องมือคัดพัสดุขนาดเล็ก) Sort Belt (สายพานลำเลียงพัสดุ) DWS (เครื่องสแกนพัสดุ) Balance Wheel (ตัวคัดแยกพัสดุอีกประเภท ที่ช่วยให้พัสดุที่คัดแยกมีความปลอดภัยและแม่นยำมากขึ้น) เป็นต้น

ระบบส่วนใหญ่ใน HUB และ DC นั้นจะเป็นระบบที่นำเข้ามาจากประเทศจีน มีมาตรฐานระดับสากล โดยในอนาคต เมื่อ HUB พระราม 2 แล้วเสร็จ ที่แห่งนี้จะมีการใช้เทคโนโลยีที่แตกต่างจาก HUB อื่นและมีความโดดเด่นกว่า จะสามารถรองรับการคัดแยกได้มากขึ้น ปลอดภัยขึ้น ซึ่งจะเป็นโมเดลที่นำไปพัฒนาใน HUB อื่น ๆ ของ BEST Express ต่อไป และในขณะเดียวกันปริมาณของ HUB และ DC ของ BEST Express ก็จะไม่หยุดขยายตัวแต่เพียงเท่านี้ แต่จะมีการเพิ่มจำนวนมากขึ้นให้ครอบคลุมการทำงานของเครือข่ายภายในประเทศ

HUB และ DC ของเรา จึงเป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์ตัวสำคัญที่ทำให้นักลงทุนที่สนใจเข้าร่วมเป็นแฟรนไชส์หลัก หรือ First Franchise มั่นใจได้ว่า ระบบการกระจายสินค้าของ BEST Express และการวางโครงสร้างคุณภาพรองรับการดำเนินธุรกิจทั้งหมด จะทำให้ธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์เดินหน้าไปได้อย่างราบรื่นและเต็มประสิทธิภาพ ให้การทำงานของแฟรนไชส์นั้นสะดวกสบาย และพร้อมมุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านการให้บริการโลจิสติกส์คุณภาพอันดับต้น ๆ ของประเทศไทยได้อย่างแน่นอน

สนใจร่วมธุรกิจกับ BEST Express

ปรึกษาฟรีที่ LINE Official Account @bestfscenter (มี @ ด้วย)

หรือโทร : 098-816-6263 / 092-668-8528 / 098-816-6798

ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.best-logistics.co.th/en/partner/

###

Categories
ข่าวสาร

บอกเล่าความสำเร็จแฟรนไชส์ขนส่ง BEST Express จากเจ้าของแฟรนไชส์หลัก ทั้ง 3 สาขา

ธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์ คือ ธุรกิจที่เกี่ยวกับการขนส่งสินค้าทุกประเภท จุดมุ่งหมาย คือ การนำส่งสินค้าให้ถึงมือผู้รับอย่างตรงเวลา สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ใช้บริการ ปัจจุบันความต้องการใช้บริการในธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์นั้นสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่าในทุก ๆ พื้นที่ของชุมชน จะต้องมีสถานที่รับและจัดส่งพัสดุอยู่ เพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้บริการส่งพัสดุ เช่น พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ หรือบุคคลทั่วไปที่ต้องการส่งสินค้า ซึ่งในการขยายตัวของธุรกิจนี้ แฟรนไชส์ขนส่งของ BEST Express (เบสท์ เอ็กซ์เพรส) บริษัทโลจิสติกส์ยักษ์ใหญ่จากประเทศจีน ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วยเช่นกัน

ถึงแม้แฟรนไชส์ขนส่งเอกชน BEST Express จะเพิ่งเข้ามาเป็นผู้ให้บริการขนส่งพัสดุรายใหม่ในประเทศไทยเมื่อปี 2562 แต่ภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี ก็ได้ทำการขยายสาขาอย่างรวดเร็วครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด ทั่วประเทศไทย พร้อมทั้งเดินหน้าขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ผ่านนักลงทุนที่มีความสามารถและศักยภาพด้านการจัดการธุรกิจที่หลากหลายมาร่วมลงทุนแฟรนไชส์ขนส่งเอกชนด้วยกัน โดยนักลงทุนที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแฟรนไชสหลัก (First Franchise) BEST Express ต่างก็มีผลลัพธ์ที่น่าพอใจจากการทำธุรกิจ สามารถประสบความสำเร็จและสร้างโอกาสในการเติบโตได้อีกเรื่อยๆ ในอนาคต

ในบทความนี้ เราจะพาไปอ่านบทสัมภาษณ์ของนักลงทุนแฟรนไชส์ขนส่ง BEST Express ทั้ง 3 จังหวัด (บางส่วน) ว่าที่ผ่านมา ธุรกิจแฟรนไชส์ขนส่ง BEST Express ที่อยู่ในการดูแลของพวกเขานั้นเป็นอย่างไรบ้าง 

เจ้าของแฟรนไชส์ขนส่ง BEST Express สาขา สุรินทร์ 1

“ธุรกิจขนส่ง BEST Express ค่อนข้างโตสวนกระแสกว่าธุรกิจอื่น ๆ จากสถานการณ์โควิด มีหลายธุรกิจที่ปิดตัวลง ซึ่งต่างกันกับธุรกิจขนส่ง พอโควิดเข้ามา กลายเป็นว่าธุรกิจขนส่งโตมากขึ้นกว่าปกติ  เนื่องจากขนส่งเป็นตัวเติมเต็มให้ผู้บริโภคมากกว่า และทำให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น  ซึ่งหลังจากที่ได้เปิดแฟรนไชส์มาได้ปีแรก เราประสบความสำเร็จมาก ด้วยความที่เข้ามาในช่วงจังหวะที่ดี ทำให้เราคืนทุนได้ตั้งแต่ 6 เดือนแรก จากการทำธุรกิจแฟรนไชส์ เราใช้สื่อโซเชียลทำการโปรโมทการตลาด เรามีสิทธิ์เลือกพนักงานที่มีศักยภาพเข้ามาร่วมงานในต้นทุนที่ต่ำลง ทำให้เราสามารถบริหารแล้วมีกำไรในอัตราที่เติบโตค่อนข้างดีมาก ซึ่งหลายคนมองว่าสภาวะแบบนี้ไม่น่าลงทุนเลย น่าจะชะลอการลงทุนและเก็บเงินสดไว้ดีกว่าแต่ที่จริงไม่ใช่ พอเรามาลงทุนในธุรกิจที่ดีไม่ว่าจะภาวะเศรษฐกิจแบบไหน ก็ทำให้เรามีกำไรได้เหมือนกัน อย่างที่ BEST Express ศูนย์บริการสาขาสุรินทร์1 เมื่อปีที่ผ่านมา เรากล้าการันตีว่าเราได้กำไร 7 หลักขึ้นไปในปีที่แล้ว ถือว่าผลตอบรับค่อนข้างดีทั้งในตัวของลูกค้าเองและอัตราการเติบโตของกำไรด้วย”

เจ้าของแฟรนไชส์ขนส่ง BEST Express พระนครศรีอยุธยา

“โมเดลธุรกิจแฟรนไชส์ขนส่งของ BEST Express เป็นขนส่งพัสดุด่วนเจ้าแรกและเจ้าเดียวในประเทศไทยที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้ามาเป็นเจ้าของกิจการในพื้นที่เปิดแฟรนไชส์ 100% เสมือนมีโฉนดที่ดินอยู่ในมือ หมายความว่า ผมลงทุนเปิดแฟรนไชส์ BEST Express อยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ดังนั้นทั้งจังหวัดอยุธยาถือเป็นกรรมสิทธิ์ของผมทั้งหมด ดังนั้นนักลงทุนรายอื่น ๆ จะไม่สามารถเข้ามาทำธุรกิจ BEST Express ในอยุธยาได้ และแน่นอนว่าหลังจากได้ลงมาทำธุรกิจแฟรนไชส์ขนส่ง ก็ยิ่งเห็นโอกาสทางธุรกิจมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะ แฟรนไชส์ขนส่ง ของ BEST Express เติบโตอย่างรวดเร็ว จากวันแรกที่มีพัสดุเข้ามาที่สาขา 500 ชิ้นต่อวัน ปัจจุบันนี้มีพัสดุมากถึง 3,500 ชิ้นต่อวัน เติบโตมหาศาล 7 เท่าภายในระยะเวลา  2 ปีเท่านั้น ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จเกินคาดมาก”  

เจ้าของแฟรนไชส์ขนส่ง BEST Express สาขาลำปาง

“ พอลองมาทำเองธุรกิจนี้มันโตจริง ๆ อย่างที่เราคาดไว้ ผมจะพูดในมุมของสาขาลำปางนะ เพียง 5 เดือนเราเติบโตถึง  600% บอกเลยว่าถ้าเป็นคนลำปาง ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ใช้ BEST Express เลยเพราะตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทั้งด้านความเร็ว และบริการ ตอนนี้สาขาลำปางที่ผมดูแลก็มี 7 แห่งแล้วภายใน 3 เดือน และยังมีคนติดต่อสนใจลงทุนทั้ง Drop Point และ หน้าร้านกับเราเรื่อยๆ ข้อดีของระบบแฟรนไชส์หลัก คือเราจะมีเพื่อนจากหลากหลายธุรกิจ แชร์ประสบการณ์ความรู้คุยกัน ช่วยเหลือกัน ทำให้เกิดเป็น Community ที่แข็งแรงและเติบโตเร็วมาก ซึ่งผมมั่นใจว่าประสบการณ์แบบนี้ที่อื่นไม่มีแน่นอน! ”

บทสัมภาษณ์เหล่านี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งในความสำเร็จของนักลงทุนที่เปิดแฟรนไชส์หลักกับ BEST Express เท่านั้น เพราะนอกจากจะเป็นเรื่องของกำไรแล้ว นักลงทุนยังจะได้เรียนรู้แนวทางการทำธุรกิจมากมายที่สามารถนำไปต่อยอดได้อีกหลากหลายธุรกิจที่จะเติบโตขึ้นในอนาคต

สำหรับผู้ที่สนใจร่วมลงทุนแฟรนไชส์หลัก กับ BEST Express นอกจากจะได้รับสิทธิพิเศษมากมายแล้ว  BEST Express ยังมีบริการหลากหลายที่จะเข้ามาช่วยสนับสนุนการทำงานของแฟรนไชส์ ให้ธุรกิจเติบโตไปในอุตสาหกรรมขนส่งพัสดุด่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากมีคำถามเพิ่มเติม BEST Express เองก็มีทีมที่คอยให้คำปรึกษาทางด้านการลงทุน คอยตอบทุกข้อสงสัยและช่วยเหลือฟรี ให้คุณสามารถตัดสินใจที่จะลงทุนกับธุรกิจแฟรนไชส์ขนส่งที่มาแรงได้ตลอด สร้างโอกาส ต่อยอดการลงทุนในธุรกิจกับเรา ได้ที่

 LINE Official Account @bestfscenter (มี @ ด้วย)หรือโทร : 098-816-6263 / 092-668-8528 / 098-816-6798
ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.best-logistics.co.th/en/partner/ 

Categories
ข่าวสาร

แนวทางบริหารแฟรนไชส์ขนส่ง ที่สร้างโอกาส ต่อยอดการลงทุนธุรกิจให้โตไวแบบ BEST Express

BEST Express (เบทส์ เอ็กเพรส) บริษัทขนส่งพัสดุด่วนในรูปแบบแฟรนไชส์ขนส่ง 100% “เจ้าแรก” ในประเทศไทย มีบริษัทจีนยักษ์ใหญ่ BEST Inc. (เบสท์ อินช) เป็นบริษัทแม่ เปิดโอกาสให้นักลงทุนหน้าใหม่หรือผู้ที่สนใจร่วมลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์ขนส่งพัสดุด่วน ได้เข้ามาร่วมลงทุน “แฟรนไชส์หลัก (First Franchise)” ของ BEST Express 

โมเดลธุรกิจที่มาแรง น่าสนใจ สร้างความท้าทายให้กับนักธุรกิจไฟแรงได้มาลองลงสนาม ประกอบกับอีคอมเมิร์ซที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาล คนขยับมาจับจ่ายบนออนไลน์มากขึ้น “การส่งของ” จึงเปรียบเสมือนบริการที่เป็นเสมือนเส้นเลือดหลักให้กับหลายๆ ธุรกิจ ภายในเวลาเพียง 2 ปี BEST Express ประเทศไทยก็สามารถขยายการเติบโต สร้างเครือข่ายแฟรนไชส์ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศไทย มีมากกว่า 800 สาขาเพื่อรองรับการให้บริการการรับส่งพัสดุ ในขณะเดียวกันก็สร้างเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจที่เข้มแข็งระหว่างแฟรนไชส์ด้วยกันเอง 

แต่สำหรับผู้ที่เริ่มสนใจลงทุนธุรกิจแฟรนไชส์ขนส่งของ BEST Express คงไม่มีอะไรน่าสนใจไปมากกว่าเส้นทางการประสบความสำเร็จของนักลงทุน รวมถึงแนวทางการบริหารธุรกิจแฟรนไชส์ขนส่งอย่างไรให้โตไวได้อย่างยั่งยืน ในบทความนี้ได้รวบรวมแนวทางการทำแฟรนไชส์ขนส่งให้โตไว จากนักลงทุนแฟรนไชส์หลักของ BEST Express ที่สามารถสร้างกำไรได้มากกว่า 6 หลักต่อเดือนมาไว้ให้อ่านและศึกษากัน ดังนี้

เจ้าของแฟรนไชส์ BEST Express พระนครศรีอยุธยา

หลังจาก ‘คุณพงศ์ วณิชย์มณีบุษย์’ ได้ลงมาทำธุรกิจแฟรนไชส์ขนส่งเอกชนกับ BEST Express ก็ยิ่งเห็นโอกาสทางธุรกิจมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยการเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจ จากวันแรกที่มีพัสดุเข้ามาที่สาขา 500 ชิ้นต่อวัน ปัจจุบันนี้มีพัสดุมากถึง 3,500 ชิ้นต่อวัน ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จเกินคาดมากเลยทีเดียว ซึ่งเคล็ดลับการบริหารของคุณพงศ์ คือ

  • การบริหารจัดการพัสดุ เพราะ Express แปลว่า ‘ด่วน’ ดังนั้นสำหรับนักลงทุนแฟรนไชส์ BEST Express แล้ว การวางแผนการส่งสินค้าให้สามารถส่งได้ครบและตรงเวลา เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เริ่มจากการประเมินปริมาณพัสดุที่จะต้องส่งในแต่ละวัน หลังจากนั้นแบ่งพื้นที่การจัดส่งให้ละเอียดที่สุด ตามพื้นที่ความรับผิดชอบของพนักงานส่งของแต่ละคน (คูเรียร์) นอกจากนี้อีกหนึ่งวิธีที่เจ้าของสาขาแฟรนไชส์หลัก BEST Express อยุธยาได้ใช้ในการจัดการกับยอดพัสดุที่เพิ่มขึ้นจากเดิมหลายเท่า ก็คือ การมอบสิทธิ์และขายพื้นที่ให้นักลงทุนที่สนใจบริหารในพื้นที่อยุธยาด้วยกัน ได้มาช่วยจัดการ ทำให้ปริมาณพัสดุเดิมทีที่ต้องจัดการทั้งหมด 3,500 ชิ้นต่อวัน เมื่อมีคนมาช่วยบริหารอีกครึ่งหนึ่งก็จะเหลือ 1,500 ชิ้นต่อวัน ทำให้การทำงานและหน้าที่ความรับผิดชอบไม่หนักมากเกินไป สามารถควบคุมคุณภาพการจัดส่งได้ตรงตามมาตรฐานและความต้องการของผู้ใช้บริการ ทั้งยังสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารได้อีกด้วย
  • การวางกลยุทธ์การตลาด BEST Express เป็นแฟรนไชส์ขนส่งเอกชน ‘เจ้าแรก’ ที่ใช้กลยุทธ์ในการบริหารธุรกิจแฟรนไชส์แบบ 100% รวมถึงนำแนวคิด Global to Local มาดำเนินธุรกิจ BEST Expressเชื่อว่า คนที่เข้าใจพื้นที่มากที่สุดก็คือคนในพื้นที่เองเช่นเดียวกับนักลงทุนของเบสท์ขณะนี้ที่ 99% เป็นคนในพื้นที่ ที่ต้องเข้าใจพื้นที่ที่ตนเองดูแล รู้ว่าตนเองและคู่แข่งมีจุดแข็งและจุดอ่อนอะไรในแต่ละพื้นที่ เพื่อนำมาปรับและพัฒนาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้บริการ รวมถึงพัฒนาธุรกิจให้เติบโต เช่น ระบบการรับส่งพัสดุด่วนมี 2 ขาหลัก ๆ คือ ขารับพัสดุ และขากระจายพัสดุ สำหรับขารับพัสดุ นอกจากรับพัสดุจากลูกค้า Walk-in แล้ว ก็ต้องพยายามทำยอดจากการหาลูกค้าเพิ่ม ซึ่งกลุ่มที่มีพฤติกรรมการส่งพัสดุจำนวนมากที่เห็นได้เด่นชัด คือ กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าธุรกิจออนไลน์ ดังนั้นกลยุทธ์ คือการเสาะหาและเข้าไปทำความรู้จักให้กลุ่มคนเหล่านั้นเข้ามาส่งพัสดุกับเราให้ได้มากที่สุด
  • การบริหารคน เพราะการกระจายพัสดุต้องใช้คนเป็นจำนวนมาก ทำอย่างไรให้ทีมงานอยากทำงานกับเรา กลยุทธ์ คือ การจัดเส้นทางส่งพัสดุให้ถูกทิศทาง ละเอียดและแม่นยำ เพื่อย่นระยะเวลาการจัดส่งและทำให้การส่งพัสดุด่วนมีประสิทธิภาพมากที่สุด เช่น เป้าหมาย หากตั้งไว้ว่าต้องส่งพัสดุอย่างต่ำประมาณ 70 ชิ้นต่อคนต่อวัน พนักงานส่งของ (คูเรียร์) จะต้องส่งของให้ถึงมือลูกค้า สำเร็จอย่างน้อย 95% เป็นอย่างต่ำ ซึ่งหมายความว่าไม่ว่าในวันนั้นพัสดุจะเข้ามาในสาขามากแค่ไหน ก็จะต้องหาวิธีการที่จะจัดส่งออกไปให้หมดไม่ให้เหลืออยู่แม้แต่ชิ้นเดียว จึงจะสามารถตอบโจทย์ของคำว่า “เอ็กซ์เพรส” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการทำแฟรนไชส์ขนส่งพัสดุด่วน

การทำธุรกิจแฟรนไชส์ขนส่งเอกชน BEST Express  หากจะวัดกันที่การประสบความสำเร็จก็ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด เพราะนอกจากเคล็ดลับการบริหารธุรกิจจากนักลงทุนที่เราได้เอามาแชร์แล้ว ทาง BEST Express ยังมีการจัดอบรมแฟรนไชส์ (Training Franchise) โดยจะอบรมพื้นฐานการทำธุรกิจ และระบบภายในบริษัทสำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่ยังขาดความรู้ความเข้าใจในธุรกิจขนส่งพัสดุด่วน ซึ่งทั้งประสบการณ์ตรงจากแฟรนไชส์ที่ประสบความสำเร็จแล้วและการอบรมแฟรนไชส์ จะช่วยผลักดันให้นักลงทุนสามารถนำพาธุรกิจแฟรนไชส์ขนส่งพัสดุด่วนในความดูแลของตัวเองเติบโตไปได้ในทุกการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ รวมถึงสร้างโอกาสต่อยอดธุรกิจใหม่ๆ แม้จะมีความท้าทายอยู่ไม่น้อย แต่ความท้าทายเหล่านี้เองที่จะหล่อหลอมให้นักลงทุนแกร่งขึ้น เก่งขึ้นและสามารถก้าวไปสู่ความสำเร็จได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

สนใจร่วมธุรกิจกับ BEST Express
ปรึกษาฟรีที่ LINE Official Account @bestfscenter (มี @ ด้วย)

หรือโทร : 098-816-6263 / 092-668-8528 / 098-816-6798
ข้อมูลเพิ่มเติม : https://www.best-logistics.co.th/en/partner/