แฟรนไชส์ขนส่ง อีกหนึ่งทางเลือกของคนอยากทำธุรกิจ


7 June 2021

จากสถานการณ์โควิดในช่วงนี้ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รวมไปถึงการปรับเปลี่ยนรูปแบบพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนในสังคม ผู้คนไม่กล้าจับจ่ายใช้สอย และอยากเก็บเงินเอาไว้ อีกทั้งการรณรงค์ให้คนอยู่บ้านเพื่อหยุดการแพร่เชื้อ สวมใส่หน้ากากอนามัย ซื้ออาหารมาทำเองที่บ้านแทนการออกจากบ้าน หรือการสั่งอาหารผ่านเดลิเวอรี แน่นอนว่าหลายธุรกิจก็ต้องมีการปรับตัว จากร้านที่เคยขายหน้าร้าน หันมามีบริการส่งอาหาร (Delivery) แต่ในทางกลับกัน กลุ่มธุรกิจที่มีการเติบโตสวนทางกับสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ คือ 

1) กลุ่มธุรกิจด้านการค้าและการตลาดออนไลน์ ได้แก่ ธุรกิจการค้าออนไลน์ (E-Commerce) ธุรกิจแพลตฟอร์มสำหรับการเป็นตลาดกลางออนไลน์ และ ธุรกิจสื่อโฆษณาผ่านช่องทางออนไลน์ (Online) และออฟไลน์ (Offline) จากจำนวนธุรกิจที่เติบโตอย่างต่อเนื่องจากการจัดตั้งธุรกิจใหม่ เช่น ธุรกิจ E-commerce ที่มีการเติบโตของการจัดตั้งธุรกิจใหม่ จากปีละ 310 ราย ในปี 2561 มาเป็นปีละ 798 ราย ในปี 2563 ซึ่งถือเป็นการสร้างโอกาสและความท้าทายให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ๆ เข้ามาดำเนินธุรกิจได้มากขึ้น

2) กลุ่มธุรกิจด้านขนส่ง โลจิสติกส์ (Logistic) และบรรจุภัณฑ์ เช่น ธุรกิจรับส่งเอกสารและสิ่งของ (Delivery) ธุรกิจขนส่ง โลจิสติกส์ และ ธุรกิจออกแบบและผลิตบรรจุภัณฑ์ (Packaging) สังเกตได้จากแนวโน้มผลประกอบการที่ดีขึ้นอย่างมาก เช่น ธุรกิจรับส่งเอกสารและสิ่งของ (Delivery) มีรายได้ตลอดปี 2562 เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ถึงร้อยละ 57 และธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์ มีกำไรตลอดปี 2562 เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ถึงร้อยละ 116 เป็นต้น

3) กลุ่มธุรกิจด้านสุขภาพ สุขอนามัย และการแพทย์ ได้แก่ ธุรกิจบริการทางแพทย์และความงาม ธุรกิจเครื่องมือแพทย์ และ ธุรกิจเวชภัณฑ์ยาและขายสินค้าทางเภสัชภัณฑ์และทางการแพทย์ ซึ่งมีความสัมพันธ์จากพฤติกรรมของคนในสังคมระแวดระวังจากการแพร่ระบาด

4) กลุ่มธุรกิจด้านเทคโนโลยีเสำหรับการใช้งานในในชีวิตประจำวัน ได้แก่ ธุรกิจพัฒนาโปรแกรม Software และ Application ธุรกิจการเงิน Fintech และ e-Payment ที่ตอบสนองต่อการบริโภคของคนในสังคม เพื่ออำนวยความสะดวกและพัฒนาการให้บริการต่าง ๆ*


จากข้อมูลธุรกิจที่มีการเติบโตในช่วงสถานการณ์โควิด เห็นได้ว่าธุรกิจ E-commerce และธุรกิจขนส่งโลจิสติกส์ ทั้งสองธุรกิจนี้มาควบคู่กันเนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีการซื้อ-ขายสินค้าผ่านทางช่องทางออนไลน์มากยิ่งขึ้นและมีแนวโน้มการเติบโตเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต ดังนั้นจึงเป็นกลุ่มธุรกิจที่น่าลงทุนและเหมาะสำหรับคนที่อยากเริ่มทำธุรกิจอีกด้วย 

ในเมื่อความต้องการซื้อ-ขายออนไลน์ของผู้บริโภคมีมากขึ้น จำนวนบริษัทขนส่งเอกชนก็เข้ามามีบทบาทมากขึ้นทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่มากขึ้นและมีราคาที่ถูกลง ดังนั้นการแข่งขันของบริษัทขนส่งพัสดุสูงทำให้แต่ละแบรนด์จะต้องมีกลยุทธ์ที่จะทำให้แบรนด์ของตัวเองโดดเด่น ซึ่งการขยายแฟรนไชส์ขนส่งเอกชนเป็นวิธีที่ดีสำหรับการเป็นที่รู้จักและยิ่งถ้ามีการคลอบคลุมในทุกพื้นที่จะยิ่งทำให้เราได้เปรียบในด้านการขนส่ง ซึ่ง BEST Express (เบสท์ เอ็กซ์เพรส) แฟรนไชส์ขนส่งเอกชนยักษ์ใหญ่จากประเทศจีนที่มีผู้ถือหุ้นหลักคือ Alibaba เปิดโอกาสให้คนที่อยากทำธุรกิจได้เข้ามาเป็นเจ้าของธุรกิจด้วยตัวเองหรือเลือกเป็นตัวแทนรับพัสดุซึ่งเหมือนการใช้พื้นที่ร้านเดิมของตน หารายได้เพิ่มอีกช่องทาง

ลงทุนทั้งที ลงทุนอะไรดี ที่จะเหมาะสมกับเรา ? 


แฟรนไชส์ขนส่ง BEST Express เปิดโอกาสให้นักธุรกิจหน้าใหม่ได้ร่วมลงทุนและขยายกิจการในพื้นที่ของคุณด้วยกลยุทธ์ Global to local ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครรู้จักพื้นที่ของตนเองดีเท่ากับคนในพื้นที่ โดยมี 4 ประเภทของ แฟรนไชส์ขนส่งเอกชน BEST Express ซึ่งในแต่ละประเภทมีข้อดีและต่างกันอย่างไร ดังนี้

สำหรับคนที่อยากเป็นเจ้าของธุรกิจ  ได้รับสิทธิบริหารธุรกิจ 100% แถมหมดกังวลเพราะ BEST Express ช่วยดูแล

ลงทุนเป็นแฟรนไชส์หลัก (First franchise) 

คือการมอบสิทธิให้คุณได้เป็นเจ้าของธุรกิจ 100% และมีหน้าที่ในการบริหาร ทำการตลาดเพื่อขยับขยายธุรกิจได้ด้วยตัวเองทั้งหมด ซึ่งถ้ายิ่งขยายสาขาย่อย แฟรนไชส์รอง (Sub-Franchise) / หน้าร้าน (Shop) / ตัวแทนจุดรับพัสดุ (Drop Point)

ได้มากเท่าไหร่ก็จะทำให้มีรายได้มากขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้จะต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลและต้องมีทุนจดทะเบียน 5,000,000 บาทขึ้นไป พร้อมทั้งมีหน้าที่หลัก ๆ ดังนี้

  • มีหน้าที่ รับและกระจายพัสดุ
  • ดูแลพื้นที่ทั้งจังหวัดหรือเขตความรับผิดชอบ
  • มีหน้าร้านที่ตกแต่งตามมาตรฐานของ BEST Express
  • มีโกดังสำหรับคัดแยกพัสดุ

 ข้อดีของการเป็นแฟรนไชส์หลัก

  • ได้รับเปอร์เซ็นต์ทั้งขารับและขากระจายไม่ว่าจะอยู่ฝั่งรับพัสดุ หรือจัดส่งพัสดุ BEST Express ก็ให้เปอร์เซ็นต์ทั้งสองทาง ต่างจากที่อื่นที่ให้แค่ฝั่งรับพัสดุอย่างเดียว
  • ดูแลพื้นที่ทั้งจังหวัดหรือเขตความรับผิดชอบ ซึ่งถ้ามีคนสนใจอยากเปิด หน้าร้าน (Shop) หรือ ตัวแทนจุดรับพัสดุ (Drop Point) ในพื้นที่ที่ดูแล เจ้าของแฟรนไชส์หลักจะได้ค่าแฟรนไชส์เต็ม 100%
  • สิทธิในการบริหาร คิดโปรโมชั่นของแฟรนไชส์ย่อย (Sub franchise)
  • การเติบโตของธุรกิจขึ้นอยู่กับการบริหาร ความเข้าใจด้านขนส่ง, E-Commerce ความทุ่มเทและการให้เวลากับธุรกิจของคุณ
  • อยู่ภายใต้การดูแลของสำนักงานใหญ่ หากมีปัญหาหรือข้อเสนอแนะสามารถสอบถามซึ่งพร้อมจะให้ความช่วยเหลือหรือการจัดอบรมพัฒนาทักษะให้ด้วย
  • BEST Express แฟรนไชส์ มีบริการสนับสนุนด้านวิจัย และฐานข้อมูล ซึ่งเป็น Big Data ของเบสท์ กรุ๊ป (BEST Group)

นอกจากแฟรนไชส์หลักที่มีหน้าที่ในการดูแลพื้นที่ที่รับผิดชอบของตัวเองแล้ว ยังมีแฟรนไชส์อีก 3 ประเภทที่จะมาช่วยดูแลบริหารกิจการการขนส่งร่วมกับแฟรนไชส์ในพื้นที่นั้น ๆ 


ลงทุนเป็นแฟรนไชส์รอง (Sub-Franchise)

หรือหน้าร้านรับพัสดุ เป็นขารับและกระจายพัสดุ แต่จะอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของแฟรนไชส์หลัก โดยจะต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลและต้องมีทุนจดทะเบียน 2,000,000 บาทขึ้นไป  พร้อมทั้งมีหน้าที่หลัก ๆ ดังนี้

  • มีหน้าที่รับและกระจายพัสดุ
  • ดูแลพื้นที่อำเภอและแขวง 
  • มีหน้าร้านที่ตกแต่งตามมาตรฐานของ BEST Express
  • มีโกดังสำหรับคัดแยกพัสดุ


ลงทุนเป็นหน้าร้านรับพัสดุ (Shop) 

ทำหน้าที่เพียงรับพัสดุและนำเข้าระบบอย่างเดียว ไม่ต้องทำหน้าที่กระจายสินค้าเพราะแฟรนไชส์หลักจะเข้าไปรับสินค้า

  • มีหน้าร้านที่ตกแต่งตามมาตรฐานของ BEST Express
  • อยู่ภายใต้การดูแลของแฟรนไชส์หลัก
  • เพิ่มโอกาสการหารายได้ มีผลตอบแทนที่ดี จากหน้าร้านที่ตัวเองมีอยู่แล้ว 
  • ไม่ต้องมีโกดังหรือพื้นที่สำหรับการแยกพัสดุ
  • ไม่ต้องขนส่งเองเพราะแฟรนไชส์หลักจะเข้ามารับพัสดุ

ลงทุนเป็นตัวแทนรับพัสดุ (Drop point) 

มีหน้าที่รับพัสดุอย่างเดียว หากมีหน้าร้านที่ประกอบกิจการอยู่แล้วหรือจดทะเบียนพาณิชย์จะพิจารณาเป็นพิเศษ

  • จะมีหน้าร้านแบบใดก็ได้แต่ต้องมีธง ป้ายและสติกเกอร์ตามมาตรฐานของ BEST Express
  • อยู่ภายใต้การดูแลของแฟรนไชส์หลัก
  • ใช้พื้นที่ร้านหารายได้เพิ่มขึ้น มีผลตอบแทนที่ดี
  • ไม่ต้องมีโกดังหรือพื้นที่สำหรับการแยกพัสดุ
  • ไม่ต้องขนส่งเองเพราะแฟรนไชส์หลักจะเข้ามารับพัสดุ
  • ไม่ต้องมีเงินลงทุนมากแต่อยากทำธุรกิจกับรายใหญ่

ปัจจุบันแฟรนไชส์ขนส่ง BEST Express มีศูนย์บริการทั้ง 4 ประเภท กว่า 800 สาขา คลอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศไทย และเดินหน้าขยายสาขาเพิ่มอีกเพื่อความรวดเร็วและครอบคลุม ซึ่งทั้ง 4 ประเภทของแฟรนไชส์ขนส่งเอกชนนี้มีข้อดีและความแตกต่างที่ต่างกัน ซึ่งผู้ประกอบการแต่ละรายสามารถศึกษารายละเอียดและเลือกแบบที่ตนเองสนใจที่จะลงทุน  ทุก ๆ ประเภทล้วนมีความสำคัญต่อการเติบโตของ BEST Express ไม่ว่าคุณจะสนใจลงทุนทำแฟรนไชส์ขนส่งประเภทไหนก็สามารถเติบโตก้าวพร้อมกันไปข้างหน้าให้เราเป็นที่ 1 ในการขนส่งด้วยกัน

สนใจร่วมธุรกิจกับ BEST Express
ปรึกษาฟรีที่ LINE Official Account @bestfscenter (มี @ ด้วย)

หรือโทร : 098-816-6263 / 092-668-8528 / 098-816-6798
ข้อมูลเพิ่มเติม :
https://www.best-logistics.co.th/en/partner/ 

อ้างอิงข้อมูลจาก